welcome to my blog ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกค้ะ

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

ลักษณะความแตกต่างของมหายาน และ หินยาน

ลักษณะความแตกต่างของมหายาน และ หินยาน


พระพุทธศาสนาได้แบ่งนิกายใหญ่ ๆ ออกเป็น ๒ นิกาย คือ

๑. มหายาน
๒. หินยาน

ความแตกต่างของ ทั้ง ๒ นิ กาย มีดังนี้

ลักษณะมหายาน ๒๒ ประการ
๑. ชื่อนิกายในพระพุทธศาสนา ฝ่ายเหนือ
๒. มีชื่ออื่น ๆ อีก คือ อาจาริยวาท มหาสังฆิกะ อุตตรนิกาย
๓. นับถือกันในประเทศ ธิเบต จีน ณวน ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ
๔. ตั้งชื่อคำว่า “มหายาน” ขึ้นเอง
๕. มหายาน หมายถึงยานพาหนะใหญ่ หรือ ทางกว้างขวางที่จะพามนุษย์ สัตว์ข้ามพ้นห้วงทุกข์ มีความเชื่อว่า การกระทำ เช่นนั้น ไม่ใช่ของยากเย็นอะไรนัก
๖. มหายาน เกิดก่อน หินยาน
๗. มีกลุ่ม พระวัชชีบุตร เป็นหัวหน้าคราวแรก
๘. ทั้งพระธรรม-พระวินัย มีการเปลี่ยนแปลงไปตามภูมิประเทศ เหตุการณ์ เวลาอันเหมาะสม เพื่อให้คงอยู่ในที่ทุกแห่งได้
๙. ยิ่งนานยิ่งวิจิตรพิสดารขึ้นทุกที เป็นต้นว่าพระจีนนุ่งกางเกง ใส่เสื้อเหลือง พระญี่ปุ่นฉันข้าวเย็น และมีภรรยาได้
๑๐. ใช้ภาษาอริยะหรือภาษาสันสกฤตเผยแผ่ธรรม
๑๑. ถ้อยคำจากพระไตรปิฎกมักนำไปจารึกไว้ในแผ่นทอง
๑๒. พยายามชักชวนให้คนนับถือเลื่อมใสให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
๑๓. ชอบประดิษฐ์หลักการต่าง ๆ ที่เห็นว่าคนชอบมาใส่มาปนกันมาก
๑๔. ไม่หวังพึ่งบ้านเมือง ถือเป็นของประชาชนทั่วไป
๑๕. มีพระพุทธเจ้าอุบัติมากมาย
๑๖. มุ่งความคิดหรือลัทธิ ลัทธิใหม่อาจเกิดขึ้นได้พร้อมกับมีนักปราชญ์ขึ้นใหม่บางลัทธิเข้าใจยาก แต่ยิ่งเข้าใจยาก ถือว่า เป็นธรรมะชั้นสูง
๑๗. การนิพพานของพระพุทธเจ้าไม่สูญ แต่ทรงไปอยู่เบื้องสูง
๑๘. การได้อรหันตผล ถือเป็นการหาความสุขเอาตัวรอดผู้เดียว ไม่ช่วยชาวโลกและสัตว์โลก
๑๙. พยายามสร้างแดนสวรรค์ แต่เรียกชื่อใหญ่ว่า แดนสุขาวดี
๒๐. มุ่งให้ได้ตรัสรู้เป็นพระโพธิสัตว์เพื่อจะได้สั่งสอนธรรม โดยขอไม่ไปนิพพาน
๒๑. พระอัครสาวกเบื้องขวา คือ พระโกญทัญญะ พระอัคร สาวกเบื้องซ้าย คือ พระอานนท์
๒๒. ถือพระธรรม เป็นใหญ่กว่า พระวินัย เพราะพระเจ้า ตรัสรู้พระธรรม


ลักษณะหินยาน ๒๒ ประการ
๑. ถือนิกายพระพุทธศาสนาฝ่ายใต้
๒. หินยานมีชื่ออื่น ๆ อีก คือ เถรวาท, สถวีระ, ทักษิณนิกาย
๓. นับถือกันมากในประเทศไทย ศรีลังกา พม่า มอญ ลาว เขมรฯลฯ
๔. คำว่า “หินยาน” เป็นชื่อที่มหายานตั้งให้ เพื่อให้แตกต่างกว่าพวกตน
๕. หินยาน มิได้แปลว่า เลวทรามต่ำเช้า แต่หมายถึง ยานอันน้อยไม่สามารถที่จะพาสัตว์ทั้งหลายข้ามพ้นห้วงแห่งทุกข์นั้น มิใช่เป็นของง่าย
๖. การตั้งชื่อ “หินยาน” หลังจากมี “มหายาน” แล้ว
๗. มีพระยสะเถระเป็นหัวหน้าในคราวแรก
๘. นับถือพระพุทธโอวาทโดยไม่มีการแก้ไข เคร่งครัดในพระธรรมวินัยอันมีมาแต่เดิม ถือเป็นหลักปฎิบัติ
๙. ยิ่งเวลาล่วง ๆ ไป ความวิเศษในพระธรรมยิ่งแจ่มแจ้งขึ้น
๑๐. ใช้ภาษามคธ หรือ ภาษาบาลี เผยแผ่ธรรมะ
๑๑. ถ้อยคำในพระไตรปิฎก นิยมเขียนลงในใบลาน
๑๒. การชักชวนให้มีความเลื่อมใส ได้มุ่งคุณภาพมากว่าปริมาณ คือ ต้องการคนเลื่อมใสจริง ๆ (เข้ามาบวชเป็นพระ)
๑๓. ไม่ยอมรับหลักการของศาสนาอื่น ๆ เข้ามาผสม เพื่อเอาใจผู้มุ่ง มานับถือ
๑๔. ได้รับความอุปการะจากบ้านเมืองและประมุขของประเทศนั้น
๑๕. นับถือพระพุทธเจ้า ถือว่ามีไม่มากองค์นัก
๑๖. พระธรรมคำสั่งสอนสำคัญมาก ผู้ที่จะมีชื่อนั้นต้องพยายามนำ หลักธรรมมาอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ
๑๗. นิพพาน เป็นการข้ามพ้นสงสารวัฏ ดับสูญสนิจหมด
๑๘. การได้โพธิญาณ หรือ อรหัตผลเป็นความวิเศษ
๑๙. ไม่พยายามกล่าวถึงสวรรค์ เพื่อใช้เป็นเครื่องล่อ
๒๐. มุ่งนิพพานเป็นจุดสุดยอด
๒๑. มีพระอัครสาวกเบื้องขวา พระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องซ้าย พระโมคคัลลานะ
๒๒. ถือความสำคัญใน พระธรรม-พระวินัย เป็นของคู่กัน ไม่ยิ่ง หย่อนกว่ากัน


--------------------------------------------------------------------------------

พุทธศาสนาที่ประพฤติปฏิบัติกันอยู่ทั่วโลกขณะนี้ แบ่งออกได้เป็น 2 นิกายใหญ่ๆ คือ

นิกายเถรวาทหรือหินยาน คือพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมที่ยังคงใช้แนวทางนี้อยู่ในประเทศศรีลังกา พม่า ลาว เขมร และไทย เป็นต้น ตามนิกายนี้ถือเอา อรหันต์มรรคเป็นหลัก

นิกายมหายานหรืออาจาริยวาท เป็นนิกายที่ประพฤติปฏิบัติกันอยู่ในประเทศธิเบต มงโกเลีย เกาหลี ญี่ปุ่น ใต้หวัน ฮ่องกง และจีน เป็น นิกายนี้ถือเอาพระโพธิสัตว์มรรค์เป็นหลัก

สำหรับสาเหตุที่ทำให้แยกเป็นสองนิกายนั้นมาจากเหตุเล็กน้อยสองประการคือ การประพฤติปฏิบัติไม่ตรงกันในเรื่องบทสิกขาเล็กๆ น้อย ในส่วนที่เรียกว่า ศีลสามัญญตา อีกประการหนึ่งคือ จากการที่ต่างฝ่ายต่างเห็นไม่ตรงกัน อันเป็นทิฆฐิสามัญญตา ก็เลยเป็นเหตุให้แยกออกจากกัน

ในความเป็นจริงอุดมการและการประพฤติปฏิบัติไม่ได้แตกต่างกันมากมายนัก เมื่อมีการเผยแพร่ไปในประเทศต่างๆ มีการปรับปรุงการดำเนินชีวิตและการประพฤติปฏิบัติให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ทางธรรมชาติและสังคมประเพณีของประเทศนั้นๆ เช่นการนุ่งห่ม การขบฉัน และยิ่งเมื่อมีการแตกย่อยเป็นนิกายอื่นอีก ข้อปฏิบัติต่างๆ ก็อาจแตกต่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะนิกายมหายาน ที่ประกาศตนเป็นมหายานประมาณพุทธศตวรรษที่ 7-8

ความจริงแล้วหลักธรรมของพุทธศาสนาไม่ว่าจะเป็นของนิกายใดก็ตรงกันทุกฝ่าย ที่มุ่งไปที่ความหลุดพ้น ข้อที่เราเห็นว่าแตกต่างนั้นไม่ได้อยู่ที่หลักธรรม แต่อยู่ที่หลักในการประพฤติปฏิบัติ หรือวิธีการประพฤติให้ถึงความหลุดพ้น ทางฝ่ายเถรวาทนั้นถือว่าบุคคลควรทำตนให้หลุดพ้นให้บริสุทธิ์ก่อนบรรลุหลัก ธรรมโดยปราศจากอาสวะเสียก่อน แล้วจึงทำตนให้เป็นแบบอย่างและเป็นครูผู้สอนผู้อื่น ส่วนฝ่ายมหายานไม่ได้ปฏิเสธหลักการดังกล่าว แต่ก่อนที่จะบำเพ็ญตนให้หลุดพ้นไปก่อนแต่ผู้เดียว ทางมหายานเสนอว่าควรจะได้มีโอกาสบำเพ็ญให้ประโยชน์แก่ผู้อื่นไปพร้อมๆ กันด้วย

MY MOM



• 8 มีนาคม = บัลแกเรีย, แอลเบเนีย
• อาทิตย์ที่สี่ในฤดูถือบวชเล็นท์ = สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์ (มาเทอริง ซันเดย์)
• 21 มีนาคม = จอร์แดน, ซีเรีย, เลบานอน, อียิปต์ (วันแรกของฤดูใบไม้ผลิ)
• อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม = โปรตุเกส, ลิทัวเนีย, สเปน, แอฟริกาใต้, ฮังการี
• 8 พฤษภาคม = เกาหลีใต้ (วันผู้ปกครอง)
• 10 พฤษภาคม = กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, ประเทศส่วนใหญ่ใน ทวีปอเมริกาใต้, บาห์เรน, ปากีสถาน, มาเลเซีย, เม็กซิโก,
สหรัฐอาหรับเอ มิเรตส์, อินเดีย, โอมาน
• อาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม = แคนาดา, สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) สาธารณรัฐประชาชนจีน, ญี่ปุ่น, เดนมาร์ก, ตุรกี,
นิวซีแลนด์, เนเธอร์แลนด์, บราซิล, เบลเยียม, เปรู ฟินแลนด์, มอลตา, เยอรมนี, ลัตเวีย, สโลวาเกีย, สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย,
อิตาลี, เอสโตเนีย, ฮ่องกง
• 26 พฤษภาคม = โปแลนด์
• 27 พฤษภาคม = โบลิเวีย
• อาทิตย์ที่สุดท้ายของ = สาธารณรัฐโดมินิกัน, สวีเดน
เดือนพฤษภาคม
• อาทิตย์แรกของเดือนมิถุนายน = ฝรั่งเศส
หรือ อาทิตย์ที่สุดท้ายของ
เดือนพฤษภาคม
• 12 สิงหาคม = ไทย
(วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ)
• 15 สิงหาคม (วันอัสสัมชัญ) = คอสตาริกา, แอนท์เวิร์ป (เบลเยียม)
• อาทิตย์ที่สองหรือสามของ = อาร์เจนตินา (Día de la Madre)
เดือนตุลาคม
• 28 พฤศจิกายน = รัสเซีย
• 8 ธันวาคม = ปานามา
• 22 ธันวาคม = อินโดนีเซีย

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Poem of friend

A best friendis always there,
whether you need advice,
or a pep talk,or even a shoulder to cry on.
A best friend
listens with her heart and is always honest with you,
even though the truthmay not be
what you want to hear.
A best friend
knows all your secrets,
understands your fears
shares your dreams.
A best friend
never stops believing in you
even if you give up on yourself.
you are that kind of friend to me.
And no matter what happens,
you always will be.
You are my best friend....
my forever friend.

A friend is a person
to laugh and cry with,
An inspiration,
Someone who lends a helping hand,
though friends may not be forever,
And they may not end up together,
the memories of a true friendship will last forever.
A friend is not a shadow nor a servant
But someone who hold a piece of a person in his heart.
Someone who shares a smile,
Someone who brightens up your day
What makes a person a friend?
Is by saying your Love will stay.

- Renee donna Bufete

วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คติธรรทสำหรับคู่รัก





- จงรักด้วยสมอง แต่อย่ารักจนขึ้นสมอง
- ที่ใดมีรัก (อย่างขาดสติ) ที่นั่นมีทุกข์
- ที่ใดมีรัก (อย่างมีสติ) ที่นั่นมีสุข
-ความรัก ควรถูกนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน ไม่ใช่เป็นตัวทำลายอนาคต
- รักแท้ที่ยั่งยืน ควรวางรากฐานอยู่บนทฤษฎี ๔ ส. กล่าวคือ
๑. สมศรัทธา มีศรัทธาเสมอกัน (เชื่อมั่นศรัทธาในสิ่งเดียวกัน)
๒. สมศีลา มีศีลเสมอกัน (ไม่นอกใจซึ่งกันและกัน)
๓. สมจาคา มีความเสียสละเสมอกัน (ลืมความเป็นเธอ ลืมความเป็นฉัน หลอมกันเป็นเรา)
๔. สมปัญญา มีปัญญาเสมอกัน (มีระดับสติปัญญาเสมอหรือใกล้เคียงกัน)
- อย่ารักจนหน้ามืดตามัว จนมองไม่เห็นหัวกฏเกณฑ์ทางจริยธรรมของสังคม
- อย่ารักจนหน้ามืดตามัว กระทั่งมองไม่เห็นหัวของมารดรบิดาบังเกิดเกล้า
- ทุกครั้งที่มีความรัก ควรเผื่อใจไว้สำหรับการอกหักที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ
- ที่ใดมีรัก ที่นั่น (อาจมีทุกข์) ที่ใดมีกิ๊ก ที่นั่นมีกรรม, ที่ใดมีชู้ ที่นั่นมีช้ำ
- ทุกคนที่มีความรัก ควรภาวนาคาถากันน้ำตาไหลที่ว่า “ไม่แน่ ไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีอะไรสมบูรณ์” เอาไว้เสมอ
- เลือกคนรักอย่ามองแค่หน้าตา แต่จงพิจารณาไปถึงนิสัย สติปัญญา และคุณธรรม
- ผู้ชายจงมองให้เห็นความเป็นแม่ที่มีอยู่ในผู้หญิง ส่วนผู้หญิงจงมองให้เห็นความเป็นพ่อที่มีอยู่ในผู้ชาย
- ความรักไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต อย่าอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความรักจนเสียผู้เสียคน
- จงเรียนรู้ที่จะพัฒนาความรักจากระดับสามัญไปสู่รักที่สร้างสรรค์เพื่อ เกื้อกูลโลก เพราะมนุษย์ทุกคนมีความสามารถที่จะรักได้มากกว่าการรักตัวเอง รักแท้ที่ควรสร้างสรรค์มี ๔ ระดับ คือ
๑. รักตัวกลัวตาย (รักพื้นฐานระดับสัญชาตญาณ)
๒. รักใคร่ปรารถนา (รักอิงกามารมณ์)
๓. รักเมตตาอารี (รักอิงสายเลือดและสายสัมพันธ์)
๔. รักมีแต่ให้ (รักที่ลอยพ้นอัตตา ต้องการพัฒนาทั้งโลกให้มีความสุข)

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Christmas Day



Christmas or Christmas Day (Old English: Crīstesmæsse, literally "Christ's mass") is an annual commemoration of the birth of Jesus Christ,[5][6] celebrated generally on December 25[2][3][4] as a religious and cultural holiday by billions of people around the world. A feast central to the Christian liturgical year, it closes the Advent season and initiates the twelve days of Christmastide.[7] Christmas is a civil holiday in many of the world's nations,[8][9][10] is celebrated by an increasing number of non-Christians,[1][11][12] and is an integral part of the Christmas and holiday season.

The precise day of Jesus’ birth, which historians place between 7 and 2 BC, is unknown.[13] In the early-to-mid 4th century, the Western Christian Church first placed Christmas on December 25, a date later adopted also in the East.[14][15] Theories advanced to explain that choice include that it falls exactly nine months after the Christian celebration of the conception of Jesus,[16] or that it was selected to coincide with either the date of the Roman winter solstice[17] or of some ancient winter festival.[16][18]

The original date of the celebration in Eastern Christianity was January 6, in connection with Epiphany, and that is still the date of the celebration for the Armenian Apostolic Church and in Armenia, where it is a public holiday. As of 2011, there is a difference of 13 days between the Julian calendar and the more generally used Gregorian calendar. Those who use the Julian calendar or its equivalents thus celebrate December 25 and January 6 on what for the majority of people is January 7 and January 19. For this reason, Ethiopia celebrates Christmas, both as a Christian feast and as a public holiday on what in the Gregorian calendar is January 7.[19]

Many of the popular celebratory customs associated in various countries with Christmas have pre-Christian or secular themes and origins. Popular modern customs of the holiday include gift-giving and the hanging of Christmas stockings, Christmas music and caroling, an exchange of Christmas cards, church celebrations, a special meal and various deserts, and the display of various decorations, including Christmas trees, Christmas lights, garlands and wreaths, mistletoe, nativity scenes, Advent calendars and candles, and holly. In addition, several closely related and often interchangeable figures, known variously as Santa Claus, Father Christmas, Saint Nicholas, and Kris Kringle, among other names, are associated with bringing gifts to children during the Christmas season and have their own body of traditions and lore.[20] Because gift-giving and many other aspects of the Christmas festival involve heightened economic activity among both Christians and non-Christians, the holiday has become a significant event and a key sales period for retailers and businesses. The economic impact of Christmas is a factor that has grown steadily over the past few centuries in many regions of the world.