วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ภาษาอังกฤษ ที่มักจะใช้ผิดกันบ่อยๆ
1. Who กับคำว่า Whom
มาดูคำแรกกันครับ คำว่า Who จะใช้กล่าวถึง "ประธาน" ในประโยคครับ
ตัวอย่างเช่น Buksohn, who loves to write about photoshop tutorial, is so handsome.
คำแปล บักสน คนที่ชอบเขียนเกี่ยวกับเทคนิคการใช้งานโปรแกรมโฟโต้ฉ้อบหนะ โคตรหล่อเลยละเธอ!! (อ้วกกก)
ส่วนคำว่า Whom จะใช้กล่าวถึง "กรรม" ในประโยคครับ กรรม ก็คือผู้ถูกกระทำนั่นเอง
ตัวอย่างเช่น This is Buksohn, whom I kicked in the last party.
คำแปล นี่คือบักสน คนที่ถูกฉันเตะกระเด็นในงานเลี้ยงเมื่อครั้งก่อน. (โผมปายทำอะไรให้คุณไม่ทราบ ฮ่าๆๆ)
2. Its กับคำว่า It's
สองคำนี้ ผมเองก็มักจะใช้ผิดบ่อยๆเหมือนกันแต่ต่อจากนี้ จะพยายามใช้ให้ผิดน้อยที่สุดครับ
คำว่า Its ใช้สำหรับแสดงความเป็น "เจ้าของ"
ตัวอย่างประโยค My dog is cleaning its tail.
คำแปล หมาของชั้นกำลังทำความสะอาดหางตัวเองอยู่
ส่วนคำว่า It's ย่อมาจาก It is ครับ วิธีใช้ก็ลองดูจากตัวอย่างประโยคนะครับ
ตัวอย่างประโยค It's so borring to have someone complaining about my grade.
คำแปล มันน่าเบื่อชะมัด เวลาที่มีใครมาบ่นเกี่ยวกับเกรดของตรู
3. Practice กับคำว่า Practise
คำนี้ต่างกันที่ชนิดของคำครับ Practice เป็นคำนาม ส่วน Practise คือคำ กริยา
สองคำนี้เขียนเกือบเหมือนกันมากๆเลย ต่างกันแค่ตัว c กับตัว s ที่อยู่ก่อนตัว e ตัวสุดท้ายแค่นั้นเอง
ตัวอย่างประโยค I practise drawing everyday.
คำแปล ข้อยฝึกวาดรูปอยู่ทุกวัน
ตัวอย่างประโยค My drawing practice is on every sunday.
คำแปล การฝึกฝนวาดรูปของข้าน้อยคือทุกๆวันอาทิตย์
4. Bought กับคำว่า Brought
อีกแร่ะ คำนี้แทบจะไม่แตกต่างกันเลย ยกเว้นคำที่สองมีตัว r มาแทรก
คำว่า Bought เป็นคำกริยาของคำว่า Buy ส่วนคำว่า Brought เป็นคำกริยาของคำว่า Bring คับผม
5. But กับคำว่า Although/Though
สำหรับคำนี้ สิ่งที่เจอมากๆๆ นั่นก็คือการใช้คำว่า But และคำว่า Although หรือ Though พร้อมๆกันคับ
คือจริงๆแล้ว เราจะไม่ใช้คำว่า But ในประโยคเดียวกับคำว่า Although/though นะครับ
เพราะคำว่า Although/though มันก็มีความหมายในเชิงปฎิเสธอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่า But
มาแทรกเพิ่มเติมแต่อย่างใด
ตัวอย่างประโยค Although you do your best, you never get any attention from her.
คำแปล แม้ว่านายจะทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว แต่หล่อนก็ไม่สนใจนายเลยสักนิดเดียว
ตัวอย่างประโยค You do your best but you never get any attention from her.
คำแปล นายทำทุกอย่างเต็มที่แล้วนี่ แต่ก็ไม่เห็นหล่อนจะสนใจนายตรงไหน
สรุปคือ But ไม่ใช้ควบคู่กับ Although/though นะครับ
6. In time กับคำว่า On time
สองคำนี้มีความหมายที่ต่างกันนิดเดียวครับ นั่นก็คือ คำว่า In time จะเป็นทำนองว่ามีเวลาเพียงพอสำหรับอะไรสักอย่าง เช่น
ตัวอย่างประโยค He was saved because he was brought to the hospital in time.
คำแปล เขารอดก็เพราะว่าถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันเวลา
ส่วนคำว่า On time คือจะตรงเวลาค่อนข้างเป๊ะๆ เช่น นัดเจอกัน 10.00 ก็มาสัก 10.59 น. เป็นต้น ฮ่าๆ
ตัวอย่างประโยค This meeting has to start on time!!
คำแปล การประชุมครั้งนี้จะเริ่มตรงเวลาเป๊ะนะเฟ้ย!!
วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ราชบัณฑิตหารือแก้คำไทย 176 คำ
คำศัพท์ที่อยู่ในแบบสำรวจ เพื่อขอความเห็นในการเปลี่ยนแปลงการเขียนใหม่ มีดังนี้
1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น ได้แก่
ซีเมนต์ - ซีเม็นต์
เซต-เซ็ต
เซนติกรัม-เซ็นติกรัม
เซนติเกรด-เซ็นติเกรด
เซนติลิตร-เซ็นติลิตร
ไดเรกตริกซ์-ไดเร็กตริก
เทนนิส-เท็นนิส
นอต-น็อต
นิวตรอน-นิวตร็อน
เนตบอล-เน็ตบอล
เนปจูน-เน็ปจูน
เบนซิน-เบ็นซิน
แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย
มะฮอกกานี-มะฮ็อกกานี
เมตริก-เม็ตตริก
เมตริกตัน- เม็ตริกตัน
แมงกานิน-แม็งกานิน
อิเล็กตรอน-อิเล็กตร็อน
เฮกโตกรัม-เฮ็กโตกรัม
เฮกโตลิตร-เฮ็กโตลิตร
2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง ได้แก่
คอร์ด-ขอร์ด
แคโทด-แคโถด
ซัลเฟต-ซัลเฝต
ไทเทรต-ไทเถรต
ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ
พาร์เซก-พาร์เส็ก
แฟลต-แฝล็ต
สเปกโทรสโกป-สเป็กโทรสโขป
ไอโซโทป-ไอโซโถป
3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก ได้แก่
กอริลลา-กอริลล่า
แกโดลิเนียม-แกโดลิเนี่ยม
แกมมา-แกมม่า
แกลเลียม-แกลเลี่ยม
คูเรียม-คูเรี่ยม
แคดเมียม-แคดเมี่ยม
แคลเซียม-แคลเซี่ยม
แคลอรี-แคลอรี่
โครเมียม-โครเมี่ยม
ซิงโคนา-ซิงโคน่า
ซิลิคอน-ซิลิค่อน
ซีเซียม-ซีเซี่ยม
ซีนอน-ซีน่อน
ซีเรียม-ซีเรี่ยม
โซลา-โซล่า
ดอลลาร์-ดอลล่าร์
เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่
แทนทาลัม-แทนทาลั่ม
ไทเทเนียม-ไทเทเนี่ยม
เนบิวลา-เนบิวล่า
ไนลอน-ไนล่อน
แบเรียม-แบเรี่ยม
ปริซึม-ปริซึ่ม
ปิโตรเลียม-ปิโตรเลี่ยม
แพลทินัม-แพลทินั่ม
ฟังก์ชัน-ฟังก์ชั่น
ฟาทอม-ฟาท่อม
ไมครอน-ไมคร่อน
ยิปซัม-ยิปซั่ม
ยูเรเนียม-ยูเรเนี่ยม
เลเซอร์-เลเซ่อร์
วอลเลย์บอล-วอลเล่ย์บอล
อะลูมิเนียม-อะลูมิเนี่ยม
อีเทอร์-อีเท่อร์
เอเคอร์-เอเค่อร์
แอลฟา-แอลฟ่า
ฮาห์เนียม-ฮาห์เนี่ยม
ฮีเลียม-ฮีเลี่ยม
4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก ได้แก่
กะรัต-กะหรัต
แกรนิต-แกรหนิต
คลินิก-คลิหนิก
คาทอลิก-คาทอหลิก
คาร์บอเนต-คาร์บอเหนต
คาร์บอลิก-คาร์บอหลิก
โคออร์ดิเนต-โคออร์ดิเหนต
รูเล็ตต์- รูเหล็ตต์
5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท ได้แก่
กลูโคส-กลูโค้ส
กิโลไซเกิล-กิโลไซเกิ้ล
กิโลเมตร-กิโลเม้ตร
กิโลเฮิรตซ์-กิโลเฮิ้รตซ์
กีตาร์-กีต้าร์
แกรไฟต์-แกรไฟ้ต์
คาร์บอน-คาร์บ้อน
คาร์บูเรเตอร์-คาร์บูเรเต้อร์
เคเบิล-เคเบิ้ล
โควตา-โควต้า
ชอล์ก-ช้อล์ก
ซอส-ซ้อส
โซเดียม-โซเดี้ยม
ไดนาไมต์-ไดนาไม้ต์
แทนเจนต์-แทนเจ้นต์
แทรกเตอร์-แทรกเต้อร์
นิกเกิล-นิกเกิ้ล
ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ
ไนโตรเจน-ไนโตรเจ้น
บารอมิเตอร์-บารอมิเต้อร์
บีตา-บีต้า
ปาทังกา-ปาทังก้า
ปาร์เกต์-ปาร์เก้ต์
พลาสติก-พล้าสติก
ฟาสซิสต์- ฟ้าสซิสต์
มอเตอร์-มอเต้อร์
เมตร-เม้ตร
ไมกา-ไมก้า
ยีราฟ-ยีร้าฟ
เรดอน-เรด้อน
เรดาร์-เรด้าร์
เรเดียม-เรเดี้ยม
ลิกไนต์- ลิกไน้ต์
แวนดา-แวนด้า
อาร์กอน-อาร์ก้อน
แอนติบอดี-แอนติบอดี้
เฮิรตซ์-เฮิ้รตซ์
ไฮดรา-ไฮดร้า
ไฮโดรเจน-ไฮโดรเจ้น
6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี ได้แก่
กราฟ-กร๊าฟ
กอซ-ก๊อซ
กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ
เกาต์-เก๊าต์
ออกไซด์-อ๊อกไซด์
โคบอลต์- โคบ๊อลต์
ดราฟต์-ดร๊าฟต์
ดัตช์-ดั๊ตช์
ดิสโพรเซียม-ดิ๊สโพรเซี่ยม
เดกซ์โทรส-เด๊กโทรัส
เต็นท์-เต๊นท์
บาสเกตบอล-บ๊าสเก้ตบอล
บิสมัท-บิ๊สมั้ท
แบงก์-แบ๊งก์
โบต-โบ๊ต
ปลาสเตอร์-ปล๊าสเต้อร์
ปิกนิก-ปิ๊กหนิก
ออกซิเจน-อ๊อกซิเย่น
ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น
ออกไซด์-อ๊อกไซด์
อาร์ต-อ๊าร์ต
เอกซเรย์-เอ๊กซเรย์
แอสไพริน-แอ๊สไพริน
แอสฟัลต์-แอ๊สฟัลต์
โอ๊ด-โอ๊ต
7.คำที่มีหลายพยางค์ ได้แก่
คอนเดนเซอร์-ค็อนเด็นเซ่อร์
คอนแวนต์-ค็อนแว็นต์
คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต
คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์
คอมมานโด-ค็อมมานโด
คอมมิวนิสต์-ค็อมมิวนิสต์
คูปอง- คูป็อง
เครดิตฟองซิเอร์-เครดิตฟ็องซิเอร์
แคดเมียม-แค็ดเมี่ยม
แคปซูล-แค็ปซูล
แคลเซียมไซคลาเมต-แคลเซี่ยมไซคลาเมต
ช็อกโกเลต/ ช็อกโกแลต-ช็อกโกแล็ต
เซนติเมตร-เซ็นติเม้ตร
โซเดียมคาร์บอเนต-โซเดี้ยมคาร์บอเหนต
โซเดียมไซคลาเมต-โซเดี้ยมไซคลาเหมต
โซเดียมไฮโดรเจนกลูทาเมต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต
โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นคาร์บอเหนต
ดีเปรสชัน-ดีเปร๊สชั่น
เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่
แทรกเตอร์-แทร็กเต้อร์
แบดมินตัน-แบ็ดมินตั้น
แบตเตอรี่-แบ็ตเตอรี่
พลาสมา-พล้าสม่า
โพแทสเซียม-โพแท้สเซี่ยม
เมนทอล-เม็นท่อล
แมงกานีส-แม็งกานี้ส
แมกนีเซียม-แม็กนีเซี่ยม
รีดักชัน-รีดั๊กชั่น
ลอการิทึม-ล็อกการิทึ่ม
สเปกตรัม-สเป๊กตรั้ม
สเปกโทรสโกป-สเป็กโตรสโขป
ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น
อัลตราไวโอเลต-อัลตร้าไวโอเหล็ต
แอกทิเนียม-แอ๊กทิเนี่ยม
แอนติอิเล็กตรอน-แอ็นติอิเล็กตร็อน
เฮกตาร์-เฮ็กต้าร์
เฮกโตเมตร- เฮ็กโตเม้ตร
1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น ได้แก่
ซีเมนต์ - ซีเม็นต์
เซต-เซ็ต
เซนติกรัม-เซ็นติกรัม
เซนติเกรด-เซ็นติเกรด
เซนติลิตร-เซ็นติลิตร
ไดเรกตริกซ์-ไดเร็กตริก
เทนนิส-เท็นนิส
นอต-น็อต
นิวตรอน-นิวตร็อน
เนตบอล-เน็ตบอล
เนปจูน-เน็ปจูน
เบนซิน-เบ็นซิน
แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย
มะฮอกกานี-มะฮ็อกกานี
เมตริก-เม็ตตริก
เมตริกตัน- เม็ตริกตัน
แมงกานิน-แม็งกานิน
อิเล็กตรอน-อิเล็กตร็อน
เฮกโตกรัม-เฮ็กโตกรัม
เฮกโตลิตร-เฮ็กโตลิตร
2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง ได้แก่
คอร์ด-ขอร์ด
แคโทด-แคโถด
ซัลเฟต-ซัลเฝต
ไทเทรต-ไทเถรต
ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ
พาร์เซก-พาร์เส็ก
แฟลต-แฝล็ต
สเปกโทรสโกป-สเป็กโทรสโขป
ไอโซโทป-ไอโซโถป
3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก ได้แก่
กอริลลา-กอริลล่า
แกโดลิเนียม-แกโดลิเนี่ยม
แกมมา-แกมม่า
แกลเลียม-แกลเลี่ยม
คูเรียม-คูเรี่ยม
แคดเมียม-แคดเมี่ยม
แคลเซียม-แคลเซี่ยม
แคลอรี-แคลอรี่
โครเมียม-โครเมี่ยม
ซิงโคนา-ซิงโคน่า
ซิลิคอน-ซิลิค่อน
ซีเซียม-ซีเซี่ยม
ซีนอน-ซีน่อน
ซีเรียม-ซีเรี่ยม
โซลา-โซล่า
ดอลลาร์-ดอลล่าร์
เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่
แทนทาลัม-แทนทาลั่ม
ไทเทเนียม-ไทเทเนี่ยม
เนบิวลา-เนบิวล่า
ไนลอน-ไนล่อน
แบเรียม-แบเรี่ยม
ปริซึม-ปริซึ่ม
ปิโตรเลียม-ปิโตรเลี่ยม
แพลทินัม-แพลทินั่ม
ฟังก์ชัน-ฟังก์ชั่น
ฟาทอม-ฟาท่อม
ไมครอน-ไมคร่อน
ยิปซัม-ยิปซั่ม
ยูเรเนียม-ยูเรเนี่ยม
เลเซอร์-เลเซ่อร์
วอลเลย์บอล-วอลเล่ย์บอล
อะลูมิเนียม-อะลูมิเนี่ยม
อีเทอร์-อีเท่อร์
เอเคอร์-เอเค่อร์
แอลฟา-แอลฟ่า
ฮาห์เนียม-ฮาห์เนี่ยม
ฮีเลียม-ฮีเลี่ยม
4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก ได้แก่
กะรัต-กะหรัต
แกรนิต-แกรหนิต
คลินิก-คลิหนิก
คาทอลิก-คาทอหลิก
คาร์บอเนต-คาร์บอเหนต
คาร์บอลิก-คาร์บอหลิก
โคออร์ดิเนต-โคออร์ดิเหนต
รูเล็ตต์- รูเหล็ตต์
5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท ได้แก่
กลูโคส-กลูโค้ส
กิโลไซเกิล-กิโลไซเกิ้ล
กิโลเมตร-กิโลเม้ตร
กิโลเฮิรตซ์-กิโลเฮิ้รตซ์
กีตาร์-กีต้าร์
แกรไฟต์-แกรไฟ้ต์
คาร์บอน-คาร์บ้อน
คาร์บูเรเตอร์-คาร์บูเรเต้อร์
เคเบิล-เคเบิ้ล
โควตา-โควต้า
ชอล์ก-ช้อล์ก
ซอส-ซ้อส
โซเดียม-โซเดี้ยม
ไดนาไมต์-ไดนาไม้ต์
แทนเจนต์-แทนเจ้นต์
แทรกเตอร์-แทรกเต้อร์
นิกเกิล-นิกเกิ้ล
ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ
ไนโตรเจน-ไนโตรเจ้น
บารอมิเตอร์-บารอมิเต้อร์
บีตา-บีต้า
ปาทังกา-ปาทังก้า
ปาร์เกต์-ปาร์เก้ต์
พลาสติก-พล้าสติก
ฟาสซิสต์- ฟ้าสซิสต์
มอเตอร์-มอเต้อร์
เมตร-เม้ตร
ไมกา-ไมก้า
ยีราฟ-ยีร้าฟ
เรดอน-เรด้อน
เรดาร์-เรด้าร์
เรเดียม-เรเดี้ยม
ลิกไนต์- ลิกไน้ต์
แวนดา-แวนด้า
อาร์กอน-อาร์ก้อน
แอนติบอดี-แอนติบอดี้
เฮิรตซ์-เฮิ้รตซ์
ไฮดรา-ไฮดร้า
ไฮโดรเจน-ไฮโดรเจ้น
6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี ได้แก่
กราฟ-กร๊าฟ
กอซ-ก๊อซ
กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ
เกาต์-เก๊าต์
ออกไซด์-อ๊อกไซด์
โคบอลต์- โคบ๊อลต์
ดราฟต์-ดร๊าฟต์
ดัตช์-ดั๊ตช์
ดิสโพรเซียม-ดิ๊สโพรเซี่ยม
เดกซ์โทรส-เด๊กโทรัส
เต็นท์-เต๊นท์
บาสเกตบอล-บ๊าสเก้ตบอล
บิสมัท-บิ๊สมั้ท
แบงก์-แบ๊งก์
โบต-โบ๊ต
ปลาสเตอร์-ปล๊าสเต้อร์
ปิกนิก-ปิ๊กหนิก
ออกซิเจน-อ๊อกซิเย่น
ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น
ออกไซด์-อ๊อกไซด์
อาร์ต-อ๊าร์ต
เอกซเรย์-เอ๊กซเรย์
แอสไพริน-แอ๊สไพริน
แอสฟัลต์-แอ๊สฟัลต์
โอ๊ด-โอ๊ต
7.คำที่มีหลายพยางค์ ได้แก่
คอนเดนเซอร์-ค็อนเด็นเซ่อร์
คอนแวนต์-ค็อนแว็นต์
คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต
คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์
คอมมานโด-ค็อมมานโด
คอมมิวนิสต์-ค็อมมิวนิสต์
คูปอง- คูป็อง
เครดิตฟองซิเอร์-เครดิตฟ็องซิเอร์
แคดเมียม-แค็ดเมี่ยม
แคปซูล-แค็ปซูล
แคลเซียมไซคลาเมต-แคลเซี่ยมไซคลาเมต
ช็อกโกเลต/ ช็อกโกแลต-ช็อกโกแล็ต
เซนติเมตร-เซ็นติเม้ตร
โซเดียมคาร์บอเนต-โซเดี้ยมคาร์บอเหนต
โซเดียมไซคลาเมต-โซเดี้ยมไซคลาเหมต
โซเดียมไฮโดรเจนกลูทาเมต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต
โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นคาร์บอเหนต
ดีเปรสชัน-ดีเปร๊สชั่น
เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่
แทรกเตอร์-แทร็กเต้อร์
แบดมินตัน-แบ็ดมินตั้น
แบตเตอรี่-แบ็ตเตอรี่
พลาสมา-พล้าสม่า
โพแทสเซียม-โพแท้สเซี่ยม
เมนทอล-เม็นท่อล
แมงกานีส-แม็งกานี้ส
แมกนีเซียม-แม็กนีเซี่ยม
รีดักชัน-รีดั๊กชั่น
ลอการิทึม-ล็อกการิทึ่ม
สเปกตรัม-สเป๊กตรั้ม
สเปกโทรสโกป-สเป็กโตรสโขป
ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น
อัลตราไวโอเลต-อัลตร้าไวโอเหล็ต
แอกทิเนียม-แอ๊กทิเนี่ยม
แอนติอิเล็กตรอน-แอ็นติอิเล็กตร็อน
เฮกตาร์-เฮ็กต้าร์
เฮกโตเมตร- เฮ็กโตเม้ตร
วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555
Have a finger in every pie
Have a finger in every pie
สำนวนฉบับนี้เป็นคำง่ายๆ ที่แปลตามตัวแล้วก็คือ "มีนิ้วในพาย ทุกชิ้น" จริงอยู่ว่าเวลานำไปใช้จริง คุณไม่สามารถแปลตรงตัวแบบนี้ได้ แต่ว่ากันจริงๆ แล้วความหมายของสำนวนนี้ก็ไม่ทิ้งความหมาย เดิมเท่าไรนะครับ มาลองเดาจากบทสนทนา ระหว่างครูวิทยาศาสตร์กับครูพละของ โรงเรียนแห่งหนึ่งกันก่อนครับ
Science Teacher: What happened? Why did the headmistress call you to her office?
ครูวิทยาศาสตร์ มีอะไรหรือเปล่า ทำไมอาจารย์ใหญ่เรียกอาจารย์ไปพบล่ะครับ
ครูวิทยาศาสตร์ มีอะไรหรือเปล่า ทำไมอาจารย์ใหญ่เรียกอาจารย์ไปพบล่ะครับ
PE Teacher: She wanted to check the progress with the upcoming Sports Day. I needed to give her every last detail of it. And she ended up changing everything I had prepared.
ครูพละ ท่านอยากเช็กความก้าวหน้าของงานกีฬาสีที่กำลังจะจัดนี่ล่ะครับ ผม ต้องบอกรายละเอียดทุกอย่างให้ท่านฟัง แล้วสุดท้ายท่านก็เปลี่ยน ทุกอย่างที่ผมเตรียมไว้แต่แรกหมดเลย
ครูพละ ท่านอยากเช็กความก้าวหน้าของงานกีฬาสีที่กำลังจะจัดนี่ล่ะครับ ผม ต้องบอกรายละเอียดทุกอย่างให้ท่านฟัง แล้วสุดท้ายท่านก็เปลี่ยน ทุกอย่างที่ผมเตรียมไว้แต่แรกหมดเลย
Science Teacher: Me too! Last week she asked me to submit a full report about the Science Week project. She ordered me to change this and that without listening to me who is directly in charge of it. She does have a finger in every pie!
ครูวิทยาศาสตร์ เหมือนกันเลยครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ท่านให้ผมส่งรายงานฉบับเต็มเกี่ยวกับโครงการสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ท่านสั่งให้ผมเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ แบบไม่ฟังผมเลยทั้งๆ ที่ผมดูแลเรื่องนี้โดยตรง ท่านนี่ have a finger in every pie! จริงๆ
ครูวิทยาศาสตร์ เหมือนกันเลยครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ท่านให้ผมส่งรายงานฉบับเต็มเกี่ยวกับโครงการสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ท่านสั่งให้ผมเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ แบบไม่ฟังผมเลยทั้งๆ ที่ผมดูแลเรื่องนี้โดยตรง ท่านนี่ have a finger in every pie! จริงๆ
ความหมายของสำนวนนี้ก็คือ "เข้าไปยุ่งหรือ ควบคุมเรื่องทุกเรื่อง" นั่นเอง การใช้สำนวนนี้จะแฝง ความรู้สึกว่าผู้พูดไม่พอใจ เพราะรู้สึกว่าถูกก้าวก่ายสิ่ง ที่เรารับผิดชอบหรือมีอำนาจอยู่ จึงเป็นสำนวนที่ใช้ในแง่ลบครับ สังเกตว่าแม้จะมีความหมายออกแนวพหูพจน์ แต่คำว่า finger ในสำนวนนี้ต้องเป็นรูปเอกพจน์คือ มี a นำหน้าเสมอครับ ส่วนถ้าเป็นการเข้าไปมีส่วน ร่วมในแง่บวก เราอาจเลือกใช้ชุดคำคือ friendly and helpful ซึ่งให้ความหมายว่า "มีน้ำใจช่วยเหลือ" แทน ครับ เช่น The headmistress is really friendly and helpful. She lets me do my task freely but when I have a problem, she is always there to help me handle it. อาจารย์ใหญ่เป็นคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือ คนอื่นจริงๆ ท่านให้ผมทำงานของตัวเองได้อย่างอิสระ แต่เวลาที่ผมมีปัญหาท่านก็พร้อมจะช่วยแก้ไขเสมอ
วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555
ถ้า เอ่ยถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นรัฐที่มีเมืองสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลอสแอนเจลิส, แซนดีเอโก, ซานฟรานซิสโก ฯลฯ แต่น้องๆ ชาว Dek-D.com คงยังไม่รู้ว่ากฎหมายของรัฐนี้บางข้อ มีความแปลกและแอบฮากลิ้งมาก ถ้าไม่เชื่อ งั้นตามพี่ปัดไปดูกฎหมายแปลกๆ เหล่านี้กันแลย...
ห้ามเล่นเครื่องดนตรีประเภทเคาะตีบนชายหาด :: ไปเที่ยวทั้งที่มันก็ต้องมีเครื่องดนตรีไปเล่นเพิ่มสีสัน และความสนุกสนานใช่ไหม แต่ถ้าน้องๆ ชาว Dek-D.com จะไปเที่ยวทะเลที่รัฐแคลิฟอร์เนียแล้วล่ะก็ พี่ปัดขอแนะนำว่าห้าม!! เล่นเครื่องประเภทเคาะตีทุกชนิดบนชายหาด เพราะกฎหมายที่นี่เข้าห้ามเด็ดขาด
ห้ามเลขานุการอยู่ในห้องกับเจ้านายตามลำพัง :: การที่เลขานุการเข้าไปคุยงานในห้องกับเจ้านายถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่รัฐแคลิฟอร์เนียแล้วเขามีกฎหมายออกมาห้าม!! เลขานุการเข้าไปอยู่ในห้อง 2 ต่อ 2 กับเจ้านาย ดังนั้นก่อนที่จะเข้าไปในห้องเจ้านาย เลขานุการก็อย่าลืมชวนเพื่อนร่วมงานคนอื่นเข้าไปด้วยนะจ๊ะ จะได้ไม่ทำผิดกฎหมาย
เห็นไหมจ๊ะว่า กฎหมายทั้ง 8 ข้อ ของรัฐแคลิฟอร์เนียนั้น มีความแปลก และฮากลิ้งอย่างที่พี่ปัดบอกจริงๆ แต่ในเมื่อเป็นกฎหมายแล้ว พวกเราซึ่งเป็นคนในสังคมก็ควรที่จะเคารพและนำไปปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อสังคมที่น่าอยู่ของเรายังไงล่ะจ๊ะ
ห้ามขายน้ำมัน :: อย่าเพิ่งตกใจไปว่าถ้าเกิดรถคันเก่งน้ำมันหมดจะทำยังไง? กฎหมายห้ามขายน้ำมันข้อนี้ ใช้ห้ามขายให้แก่คนเมาเท่านั้น!! ด้วยเหตุที่กลัวคนเมาจะขับรถไปชนหรือก่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนนั่นเองจ้ะ
ห้ามขี่จักรยานในสระว่ายน้ำ :: พี่ ปัดแอบสงสัยว่าจะมีคนสติดีที่ไหน เขานึกสนุกพาจักรยานคู่ใจไปขี่ในสระว่ายน้ำบ้าง ถ้ามีก็แปลว่าเป็นคนเพี้ยนไปแล้วล่ะจ้ะ จึงขอยกนิ้วให้กับความแปลกและฮากลิ้งของกฎหมายข้อนี้จริงๆ
ห้ามขี่จักรยานในสระว่ายน้ำ :: พี่ ปัดแอบสงสัยว่าจะมีคนสติดีที่ไหน เขานึกสนุกพาจักรยานคู่ใจไปขี่ในสระว่ายน้ำบ้าง ถ้ามีก็แปลว่าเป็นคนเพี้ยนไปแล้วล่ะจ้ะ จึงขอยกนิ้วให้กับความแปลกและฮากลิ้งของกฎหมายข้อนี้จริงๆ
ห้ามคนมีหนวดเคราจูบผู้หญิง :: ฟังดูน่าจั้กจี้มากๆ แต่ที่เจ๋งก็คือ ลองนึกภาพหนุ่มๆ ที่โกน
หนวดเคราเรียบร้อยแลดูสะอาดสะอ้าน นอกจากจะดูน่าไว้ใจแล้วยังหล่ออีกด้วยนะ
ดังนั้นก็ทำตามกฎหมายเสียเถอะ จะได้ไม่ถูกตำรวจจับเข้าไปนอนในห้องขัง
ห้ามนอนบนรถ :: อย่า เพิ่งนึกว่ารัฐแคลิฟอร์เนียใจร้าย ไม่ยอมให้คนง่วงนอนนอนหลับบนรถนะจ๊ะ กฎหมายข้อนี้ เขาห้ามนอนเฉพาะบนรถที่จอดดับเครื่องสนิทเท่านั้น!! ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากกลัวว่าคนที่นอนในรถที่ดับเครื่องและปิดหน้าต่างสนิทจะเสียชีวิต เพราะไม่มีอากาศหายใจนั่นเอง
ห้องน้ำสาธารณะต้องมีกระดาษทิชชูเสมอ :: กฎหมาย ข้อนี้พี่ปัดเห็นด้วยกับรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นที่สุด เพราะไม่ว่าจะทำธุระถ่ายหนัก ถ่ายเบา หรือล้างมือหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ เราก็ต้องใช้กระดาษทิชชู ดังนั้นห้องน้ำทุกห้องจึงควรมีสิ่งนี้ไว้เสมอ
ห้ามใส่รองเท้าบู๊ทคาวบอย :: ไม่ว่ากระแสแฟชั่นรองเท้าบู๊ทคาวบอยจะมาแรงขนาดไหน แต่สำหรับที่รัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว ถ้ายังไม่ได้ครอบครองวัวอย่างน้อย 2 ตัว ก็ห้ามใส่เด็ดขาด เพราะไม่อย่างงั้นอาจจะต้องเปลี่ยนที่นอนจากเตียงนุ่มๆ ไปนอนในห้องขังแทนได้
ห้ามนอนบนรถ :: อย่า เพิ่งนึกว่ารัฐแคลิฟอร์เนียใจร้าย ไม่ยอมให้คนง่วงนอนนอนหลับบนรถนะจ๊ะ กฎหมายข้อนี้ เขาห้ามนอนเฉพาะบนรถที่จอดดับเครื่องสนิทเท่านั้น!! ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากกลัวว่าคนที่นอนในรถที่ดับเครื่องและปิดหน้าต่างสนิทจะเสียชีวิต เพราะไม่มีอากาศหายใจนั่นเอง
ห้องน้ำสาธารณะต้องมีกระดาษทิชชูเสมอ :: กฎหมาย ข้อนี้พี่ปัดเห็นด้วยกับรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นที่สุด เพราะไม่ว่าจะทำธุระถ่ายหนัก ถ่ายเบา หรือล้างมือหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ เราก็ต้องใช้กระดาษทิชชู ดังนั้นห้องน้ำทุกห้องจึงควรมีสิ่งนี้ไว้เสมอ
ห้ามใส่รองเท้าบู๊ทคาวบอย :: ไม่ว่ากระแสแฟชั่นรองเท้าบู๊ทคาวบอยจะมาแรงขนาดไหน แต่สำหรับที่รัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว ถ้ายังไม่ได้ครอบครองวัวอย่างน้อย 2 ตัว ก็ห้ามใส่เด็ดขาด เพราะไม่อย่างงั้นอาจจะต้องเปลี่ยนที่นอนจากเตียงนุ่มๆ ไปนอนในห้องขังแทนได้
ห้ามเลขานุการอยู่ในห้องกับเจ้านายตามลำพัง :: การที่เลขานุการเข้าไปคุยงานในห้องกับเจ้านายถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่รัฐแคลิฟอร์เนียแล้วเขามีกฎหมายออกมาห้าม!! เลขานุการเข้าไปอยู่ในห้อง 2 ต่อ 2 กับเจ้านาย ดังนั้นก่อนที่จะเข้าไปในห้องเจ้านาย เลขานุการก็อย่าลืมชวนเพื่อนร่วมงานคนอื่นเข้าไปด้วยนะจ๊ะ จะได้ไม่ทำผิดกฎหมาย
เห็นไหมจ๊ะว่า กฎหมายทั้ง 8 ข้อ ของรัฐแคลิฟอร์เนียนั้น มีความแปลก และฮากลิ้งอย่างที่พี่ปัดบอกจริงๆ แต่ในเมื่อเป็นกฎหมายแล้ว พวกเราซึ่งเป็นคนในสังคมก็ควรที่จะเคารพและนำไปปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อสังคมที่น่าอยู่ของเรายังไงล่ะจ๊ะ
วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555
ดูแลสุขภาพดวงตาง่ายๆ ด้วยโยคะสายตา
ดูแลสุขภาพดวงตาง่ายๆ ด้วยโยคะสายตา
|
ชีวิตยุคไอที การใช้งานคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
ที่ทันสมัย เพื่อทำงาน หรือติดตามข่าวสาร จำเป็นต้องใช้สายตาจ้องมองเป็นเวลานาน การดูแลสุขภาพดวงตาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เทคนิคเพื่อบริหารดวงตาให้มีสุขภาพดีนั้นมีหลากหลาย โยคะมีการบริหารดวงตา โดยต้องถอดแว่นหรือคอนแทคเลนส์ออกก่อน แล้วทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 หลับตาแล้วถูฝ่ามือสองข้างเข้าหากันไปมาอย่างเร็วจนรู้สึกร้อน ขั้นตอนที่ 2 ประคบฝ่ามือทั้งสองข้างนาบกับหนังตานานประมาณ 1 นาที ให้รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่จากฝ่ามือสู่ดวงตา ขั้นตอนที่ 3 ผ่อนคลายความเคร่งเครียดทั้งมวลลงพร้อมทั้งหายใจลึกๆ นำมือออก ลืมตาขึ้น ขั้นตอนที่ 4 เคลื่อนสายตาจากซ้ายไปขวา โดยมองไปยังที่ไกลๆ จากมุมซ้ายสุด แล้วกวาดสายตาไปยังมุมขวาสุด ทำซ้ำกัน 4 ครั้ง ขั้นตอนที่ 5 ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1-3 แล้ว เคลื่อนสายตาจากมุมขวาบนไปยัง มุมซ้ายล่างเป็นเส้นทแยงมุม ทำซ้ำๆ กัน 4 ครั้ง ขั้นตอนที่ 6 ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1-3 แล้ว เคลื่อนสายตาโดยกวาดสายตาเป็นวง (ทิศทางตามเข็มนาฬิกา) ทำซ้ำกัน 4 ครั้ง ขั้นตอนที่ 7 ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1-3 แล้ว เคลื่อนสายตาจากบนสุดลงมายังจุดล่างสุด โดยมองไปยังจุดไกลๆ ที่สุดด้านบน แล้วกวาดสายตาลงมายังจุดด้านล่างอย่างช้าๆ ทำซ้ำกัน 4 ครั้ง ขั้นตอนง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตนเองเพียงแค่นี้ ก็สามารถดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดี |
วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555
เคล็ดลับบำรุงสมอง
1. จิบน้ำบ่อย ๆสมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยวซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออกแต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ
2. กินไขมันดีคนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมันซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวมน้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4. ใส่ความตั้งใจ การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่นกินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดีตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึก ๆ สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยาย
2. กินไขมันดีคนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมันซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวมน้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4. ใส่ความตั้งใจ การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่นกินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดีตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึก ๆ สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยาย
วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ความตกลงเชงเกน
ความตกลงเชงเกน (อังกฤษ: Schengen Agreement) เป็นความตกลงระหว่างประเทศส่วนใหญ่ในทวีปยุโรปอันให้สัตยาบันเมื่อ พ.ศ. 2528 สาระสำคัญเป็นการอนุญาตให้สมาชิกในกลุ่มสามารถเดินทางระหว่างกันโดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง ข้อตกลงนี้มีผลต่อประชากร 4,000,000 คนใน 24 ประเทศ (21 ธันวาคม พ.ศ. 2550) ครอบคลุมเนื้อที่ 4,268,633 ตารางกิโลเมตร (1,648,128 ตารางไมล์) นอกจากนั้นยังให้การอนุญาตชั่วคราวกับผู้ถือใบอนุญาตเชงเกน (Schengen Visa) มีสิทธิในการเดินทางได้ชั่วคราวในประเทศสมาชึกโดยถือใบอนุญาตใบเดียว ตามสนธิสัญญาอัมส์เตอร์ดัม (Treaty of Amsterdam) ข้อตกลงและตัดสินใจทุกข้อของความตกลงเชงเกนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายของสหภาพยุโรป
ประเทศที่ลงนามในความตกลงฉบับนี้มีด้วยกัน 30 ประเทศรวมทั้งประเทศในสหภาพยุโรปทุกประเทศ และประเทศนอกสหภาพอีก 3 ประเทศคือ ประเทศไอซ์แลนด์ ประเทศนอร์เวย์ และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมี 26 ประเทศที่ใช้ความตกลงนี้ สหราชอาณาจักรยังมิได้ใช่กฏนี้ หลังจากที่มีการปฏิบัติข้อตกลงนี้ด่านหรือป้อมตรวจคนเข้าเมืองของประเทศที่อยู่ในเครือเชงเกนก็ถูกรื้อทิ้ง
ประเทศที่อนุญาตให้ประชาชนในกลุ่มเชงเกนสามารถเดินทางระหว่างกันโดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง และประชาชนจากประเทศนอกกลุ่มเชงเกนเดินทางระหว่างประเทศเชงเกนได้โดยใช้ใบอนุญาตเพียงใบเดียว - ใบอนุญาตเชงเกน (Schengen Visa) ประเทศสมาชิกทั้งหมดหลังจากการเข้าร่วมเพิ่มในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2551 ประกอบด้วย
ประเทศที่ลงนามในความตกลงฉบับนี้มีด้วยกัน 30 ประเทศรวมทั้งประเทศในสหภาพยุโรปทุกประเทศ และประเทศนอกสหภาพอีก 3 ประเทศคือ ประเทศไอซ์แลนด์ ประเทศนอร์เวย์ และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมี 26 ประเทศที่ใช้ความตกลงนี้ สหราชอาณาจักรยังมิได้ใช่กฏนี้ หลังจากที่มีการปฏิบัติข้อตกลงนี้ด่านหรือป้อมตรวจคนเข้าเมืองของประเทศที่อยู่ในเครือเชงเกนก็ถูกรื้อทิ้ง
ประเทศที่อนุญาตให้ประชาชนในกลุ่มเชงเกนสามารถเดินทางระหว่างกันโดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง และประชาชนจากประเทศนอกกลุ่มเชงเกนเดินทางระหว่างประเทศเชงเกนได้โดยใช้ใบอนุญาตเพียงใบเดียว - ใบอนุญาตเชงเกน (Schengen Visa) ประเทศสมาชิกทั้งหมดหลังจากการเข้าร่วมเพิ่มในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2551 ประกอบด้วย
- ประเทศเบลเยียม
- ประเทศฝรั่งเศส
- ประเทศอิตาลี
- ประเทศลักเซมเบิร์ก
- ประเทศเนเธอร์แลนด์
- ประเทศเดนมาร์ก
- ประเทศกรีซ
- ประเทศโปรตุเกส
- ประเทศสเปน
- ประเทศเยอรมนี
- ประเทศออสเตรีย
- ประเทศฟินแลนด์
- ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
- ประเทศสวีเดน
- ประเทศนอร์เวย์
- ประเทศไอซ์แลนด์
- ประเทศมอลตา
- สาธารณรัฐเช็ก
- ประเทศเอสโตเนีย
- ประเทศฮังการี
- ประเทศโปแลนด์
- ประเทศสโลวาเกีย
- ประเทศสโลวีเนีย
- ประเทศลัตเวีย
- ประเทศลิทัวเนีย
- ประเทศโมนาโก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
