welcome to my blog ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกค้ะ

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2554

สิ่งที่เรามองข้าม

บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ

ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง

เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง

เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง

เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น

เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า

แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น…………

เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง

เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง

เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง

ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ

เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว

จงแสวงหา การหยั่งรู้

จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…

จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….

กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป

ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด

เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย

น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้

เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม

บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน

อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น

ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย

เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง

และเวลานี้….

ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่มีเวลาที่จะ copy ข้อความนี้ไปให้คนที่คุณรักอ่าน…… แล้วคิดว่า….สักวันหนึ่ง………..ค่อยส่ง.. จงอย่าลืมคิดว่า….สักวันหนึ่ง…..วันนั้น คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่งตรงนี้เพื่อทำอย่างที่คุณต้องการอีกก็ได้

วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

มาดู... “คอมพิวเตอร์“ เครื่องแรกของไทยกัน


เชื่อไหมว่า...นี่คือ "คอมพิวเตอร์" เพื่อนๆ หลายคนคงไม่เชื่อสายตาสินะว่าเจ้าเครื่องหน้าตาประหลาด มีปุ่มเยอะแยะนี้ จะเป็นคอมพิวเตอร์ไปได้ซึ่งมันมีหน้าตาที่ต่างจากคอมพิวเตอร์ในสมัยนี้อย่าง มากเลยเชียวแต่เชื่อเถอะค่ะ... เพราะมันคือ คอมพิวเตอร์ จริงๆ

แถมยังเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่ประเทศไทยเราได้เริ่มใช้อีกด้วย!

สำหรับหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคยของคอมพิวเตอร์ที่เห็นอยู่นี้คือ IBM 1620แถยยังเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทยเรา ถูกติดตั้งที่ภาควิชาสถิติคณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2506

ซึ่งได้รับมอบจากมูลนิธิเอไอดี และบริษัทไอบีเอ็ม แห่ง ประเทศไทยจำกัดมูลค่าของคอมพิวเตอร์ IBM 1620 ในขณะนั้นประมาณ สองล้านบาทเศเพื่อใช้ในงานการสอนและ บริการวิชาครู

ปัจจุบันหมดอายุใช้งานไปแล้วจึงได้มอบให้แก่ศูนย์บริภัณฑ์เพื่อการศึกษาท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพ เพื่อแสดงให้แก่ผู้สนใจทั่วไป

ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองคือ IBM 1401 ถูกติดตั้งที่สำนักงานสถิติแห่งชาติในเดือน มีนาคม พ.ศ. 2507 มูลค่าเครื่องประมาณ แปดล้านบาท

ปล. ภาพประกอบเป็นเพียงรุ่นของคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ที่เรานำมาให้ได้ดูส่วนของจริงหากเพื่อนๆ คนไหนสนใจอยากชม เชิญไปดูได้ที่ศูนย์บริภัณฑ์เพื่อการศึกษาท้องฟ้าจำลองนะค่ะ กับคอมพิวเตอร์บรรพบุรุษเครื่องแรกของไทยเรา

ออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจดจำ


การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 1 ปี สามารถเพิ่มพื้นที่ส่วนความจำในสมองได้

คนที่อายุประมาณ 55 ปีขึ้นไปนั้น มักจำเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บก็จะแวะเวียนเข้ามาถามหาอย่างไม่ขาดสาย รวมไปถึงอาการหลงลืมบ้างซึ่งเป็นไปตามวัยของผู้สูงอายุ ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยค้นพบว่า การออกกำลังกายจะทำให้ความสามารถในการจดจำดีขึ้น

การศึกษาในครั้งนี้ เกิดขึ้นโดยนักวิจัยจาก University of Pittsburgh, University of Illinois, Rice University, และ Ohio State University ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษานับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง มันแสดงให้เห็นว่า ในผู้สูงอายุที่มีการใช้เวลาเพียงเล็กน้อยต่อวันไปกับการออกกำลังกายโดยที่ มีการทำอย่างสม่ำเสมอ สุขภาพและหน่วยความจำของสมองจะดีขึ้น โดยการออกกำลังกายนั้น จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในส่วน Hippocampus ของสมอง ซึ่งเป็นส่วนที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความทรงจำระยะยาว

สำหรับการศึกษาทดลอง นักวิจัยได้คัดเลือกผู้สูงอายุมาจำนวน 120 คนที่ไม่ได้เป็นโรคสมองเสื่อมหรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบสมอง ทำการสุ่มแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกให้ออกกำลังกายโดยการเดินหรือแอโรบิกเป็นเวลา 40 นาทีต่อวันอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 3 วัน และอีกกลุ่มนั้นโดนจำกัดให้มีการเคลื่อนไหวบิดตัวแค่ยืดกล้ามเนื้อเล็กๆ น้อยๆและการออกกำลังกายทั่วๆไปเท่านั้น

ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่มีการออกกำลังกายแบบแอโรบิกนั้น แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ส่วน Hippocampus ในสมอง ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา ร้อยละ 2.12 และ 1.97 ตามลำดับ ซึ่งในพื้นที่ของสมองส่วนเดียวกันของผู้ที่แค่บิดตัวยืดกล้ามเนื้อ กลับมีการลดลงในปริมาณร้อยละ 1.40 และ 1.43 ตามลำดับ

การเสื่อมลงของพื้นที่ส่วน Hippocampus สมองของคนเรา นับว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงให้เกิดขึ้นไม่ได้ แต่การศึกษาวิจัยครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในระดับที่พอดีๆเป็นเวลา 1 ปีนั้น จะสามารถเพิ่มขนาดของพื้นที่ในการสร้างหน่วยความจำนี้ได้อย่างแท้จริง

การออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังจะมีผลทำให้จิตใจแจ่มใส อีกทั้งยังมีผลดีทางอ้อม คือทำให้ผู้สูงอายุมีการทรงตัวที่ดีขึ้น ลดอุบัติการณ์การลื่นล้มซึ่งเป็นสาเหตุของกระดูกหักได้อีกด้วย การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ ควรเป็นการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ เช่นการวิ่งเหยาะๆ (ในกรณีที่ไม่มีข้อเข่าเสื่อม) การเดิน การเต้นแอโรบิก หรือการรำมวยจีน เป็นต้น

10 วิธีแก้เครียด ของประชาชน


ข่าวคราวสถานการณ์ความไม่สงบของบ้านเมือง ทำเอาประชาชนหลายคนอาจตกอยู่ในเครียด วันนี้เรามี 10วิธีแก้เครียดมาฝาก เริ่มจาก

อันดับ 1 เปลี่ยนช่อง /ปิดทีวีหรือหยุดติดตามข่าวจากสื่อต่างๆสักพัก / หลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องการเมือง 16.82%

อันดับ 2 หาขนมหรือเครื่องดื่มเย็นๆมาทาน /ทำอาหารทานกันเองภายในครอบครัว 14.37%

อันดับ 3 ทำใจให้สบาย ปล่อยวาง อย่าไปเครียดตามข่าว 13.16%

อันดับ 4 หาหนังสือมาอ่านเล่น เช่น นิตยสาร นิยาย เรื่องสั้น ฯลฯ 11.81%

อันดับ 5 ดูหนัง ฟังเพลง 10.29%

อันดับ 6 พึ่งธรรมะ สวดมนต์ ทำบุญ ทำทาน 8.76%

อันดับ 7 ปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ 8.02%

อันดับ 8 เดินห้างสรรพสินค้า ช็อปปิ้ง 7.96%

อันดับ 9 ออกไปเที่ยวต่างจังหวัด 6.54%

อันดับ 10 เล่นกีฬา ออกกำลังกาย 2.27%

แต่ละคนก็มีวิธีแก้เครียดแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่จะไม่เสพสื่อและข่าวต่างๆ เกี่ยวกับการเมือง และหันไปทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ กับครอบครัวหรือคนรัก ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการใช้ชีวิตและเวลาวันหยุดให้มีคุณค่า...

4 วิธีฟิตสมองในตอนเช้า


1. หลับตาอาบน้ำ เปิดก็อกน้ำ ปรับความแรงหรืออุณหภูมิของน้ำโดยใช้ประสาทสัมผัสและความรู้สึก (อย่าลืมฝึกวิธีปรับอุณหภูมิให้แม่นก่อนลงมือเพื่อป้องกันน้ำร้อนลวกตัว) หลับตาใช้มือสัมผัสหาอุปกรณ์อาบน้ำ จากนั้นจึงล้างหน้า อาบน้ำหรือโกนหนวด

2.เกมสลับมือ ขยับสมอง ฝึกใช้มือข้างที่คุณไม่ถนัด แปรงฟัน หมุนฝาหลอดยาสีฟันและป้ายยาสีฟันบนแปรง อาจใช้วิธีนี้กับกิจกรรมยามเช้าอื่นๆ ...การฝึกลักษณะนี้เป็นการกระตุ้นสมองส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ให้เริ่มสั่งการเพื่อปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ที่สมองซีกนี้ไม่ค่อยมีส่วนร่วม มีการวิจัยพบว่าการฝึกเช่นนี้ส่งผลให้วงจรและเครือข่ายสมองในส่วนเยื่อหุ้ม สมองคอร์แทกซ์ที่ทำหน้าที่ควบคุม และรับส่งคำสั่งจากมือ มีการขยายตัวอย่างมากและในอัตราที่รวดเร็ว หรืออาจลองทำสิ่งต่างๆด้วยมือข้างเดียว ก็ได้

3. อยู่ในโลกไร้เสียง ปิดหูด้วยการใส่หูฟังขณะรับประทานอาหารกับครอบครัวเพื่อสัมผัสโลกเงียบ...คน ใกล้ตัวคงเคยบ่นว่าคุณฟังสิ่งที่เขาพูดเพียงครึ่งเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่มักเกิดขึ้นตอนยุ่งอยู่ ลองฝึกตัวเองด้วยวิธีนี้จะทำให้คุณบังคับตัวเองให้ใช้ตัวช่วยอื่นในการทำ กิจกรรม เช่น รู้ว่าขนมปังปิ้งที่อยู่ในเครื่องปิ้งได้ที่แล้วโดยไม่ต้องพึ่งเสียง

4. เช้าวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ลองเลือกกิจกรรมต่อไปนี้หนึ่งหรือสองข้อ แต่ไม่ควรทำหมดทุกข้อในเช้าวันเดียวกัน

• สลับลำดับกิจวัตรตอนเช้า เช่น ถ้าคุณเคยแต่งตัวก่อนกินข้าว ลองเปลี่ยนมากินข้าวก่อนแต่งตัว

• ถ้าคุณเคยรับประทานกาแฟกับขนมปังทุกเช้า ลองเป็นข้าวโอ๊ตและชาสุขภาพ หรืออาหารอื่นบ้าง

• เปลี่ยนเสียงนาฬิกาปลุก เปลี่ยนรายการวิทยุ หรือทีวีไปเป็นรายการที่คุณไม่เคยฟัง รายการเด็กเป็นตัวอย่างที่ดีในการกระตุ้นสมองให้สนใจในเรื่องที่คุณเคยมอง ข้าม

• เปลี่ยนเส้นทางที่จะเดินทางไปเรียนหรือทำงาน

จากการศึกษาภาพถ่ายของสมอง กิจกรรมใหม่ๆจะกระตุ้นเซลล์ประสาทที่กินพื้นที่สมองชั้นนอกในบริเวณกว้าง วิธีเติมกิจกรรมใหม่นี้จะให้ผลลดลงเมื่อกิจกรรมนั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำเป็น กิจวัตรหรือเป็นอัตโนมัติ เนื่องจากสมองต้องใช้พลังในการทำสิ่งใหม่ๆ มากกว่าต่อนทำกิจกรรมที่ทำจนชินแล้ว

เพราะเหตุใดเลือดกำเดาจึงไหล


นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่าร้อยละ ๙๐ ของอาการเลือด กำเดาไหล เรามักจะทราบสาเหตุเป็นต้นว่า อุบัติเหตุต่อจมูก การติดเชื้อที่จมูก จมูก- อักเสบเนื้องอกบริเวณจมูก โรคเลือดออกง่าย โรคของหลอดเลือด เป็นต้นมีเพียง ร้อยละ ๑๐ ที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้

วิธีห้ามเลือดกำเดาวิธีพื้นฐาน คือ บีบจมูกทั้งสองข้างนานประมาณ ๕ - ๑๐ นาที โดยไม่จำเป็นต้องหาน้ำแข็งมาประคบแต่อย่างใด การบีบจมูกจะเป็นการกดเส้นเลือดที่เลือดกำเดาไหลออกมาโดยตรง เนื่องจากร้อยละ ๙๐ เลือดกำเดาไหลจากตำแหน่งส่วนหน้าของผนังกั้นกลางจมูก หากกดเป็นระยะแล้วเลือดยังไม่หยุด ควรไปพบแพทย์

การป้องกันไม่ให้เลือดกำเดาไหลอีก คือการป้องกัน อันตรายต่อจมูก ไม่แคะจมูก รวมทั้งป้องกันการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณจมูก รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากเลือดกำเดาไหลจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แพทย์อาจจะรักษาด้วยวิธีทางศัลยกรรม

เคล็ดลับ เรียนยังไงให้ได้เกรดเพิ่ม?


การจะเพิ่มเกรดเฉลี่ยจริงๆแล้วไม่ใช่ เรื่องที่ยากเย็นเกินไปนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยซะทีเดียว เพราะน้องๆต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างออกไป ซึ่งพฤติกรรมเหล่านั้นน้องๆหลายคนติดจนเป็นนิสัยไปเสียแล้ว แต่ไม่มีอะไรยากเกินไปแน่นอน ถ้าเราตั้งใจทำจริง เอาหละครับที่นี้เรามาเข้าเรื่องกันเลยกว่า พี่มี 5 ข้อสำหรับน้องที่ต้องพยายามปฎิบัติให้ได้นะครับ ถ้าทำได้ตามนี้ รับรองเกรดพุ่งแน่ๆครับ

1. ข้อนี้ง่ายๆครับไม่ยาก นั้งแถวแรกของห้องเรียน น้องๆ ส่วนใหญ่ 80% ที่เกรดไม่ดีจะนั่งหลังห้อง บางครั้งอาจารย์พูดสอนอะไรอาจจะได้ยินไม่ชัดเจน หรือบางครั้งถ้าเราไม่รู้จักควบคุมตัวเองก็จะไขว่เขวได้ง่าย เพราะฉนั้นมานั้งหน้าห้องซะดีๆ

2. เอาหนังสือมาเรียนด้วยทุกครั้ง (ย้ำว่าต้องเป็นของตัวเองนะครับ) พอเราปรับพื้นที่มานั่งโซนหน้าห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่นี่ได้ยินได้เห็นสิ่งที่อาจารย์สอนชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว ก็จดสิ่งที่เป็นประโยชน์ลงไปในหนังสือทุกครั้ง จะได้เก็บเอาไปทบทวนที่บ้านได้ด้วย

3. ทำการบ้านเองทุกครั้ง เมื่อมีสมาธิกับการเรียนแล้ว พี่คิดว่าเราคงพอจะทำการบ้านเองได้บ้าง ถ้าวิชาไหนไม่ไหวจริงๆก็ถามเพื่อน คิดว่าน่าจะช่วยให้ผลการเรียนดีขึ้นมาในระดับที่น่าพอใจเลยทีเดียว

4. บททวนบทเรียน เราตั้งใจเรียน ทำการบ้านเอง ทบทวงอีกเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้วครับ

5. เลือกคบเพื่อน เพื่อนที่เราคบอยู่มีส่วนมากๆเลยนะครับที่จะช่วยทำให้ผลการเรียนดีขึ้น (ไม่ได้ให้ไปเลิกคบเพื่อนที่คบอยู่นะครับ) แค่ออกห่างมานิดหน่อยแล้วเปิดใจคบเพื่อนกลุ่มใหม่บ้าง เลือกคบเพื่อนที่ดูแล้วเขาสามารถช่วยเหลือเรื่องการเรียนเราได้บ้าง มีอะไรจะได้ปรึกษาหารือกัน

ถ้าทำทั้ง 5 ข้อนี้ได้รับรองเกรดเพิ่ม แน่ ๆ ทุกข้อที่กล่าวมาไม่ได้อยากเลยนะครับ ตั้งใจ ใส่ความพยายามลงไปสักนิด คิดว่ายังไงก็ต้องสำเร็จครับ สู้ๆๆๆ